PDF/X-4 PDF Preset in InDesign CS3

 

เมื่อคุณเริ่มต้นใช้ InDesign CS3 (และโปรแกรม CS3 อื่นๆ) และก่อนทำการ export ไฟล์ PDF, คุณอาจจะต้องเข้าไปเพิ่มคำสั่งที่เมนู Adobe PDF Preset: คุณจะสังเกตุเห็นข้อกำหนดที่เข้ามาใหม่ เรียกว่า PDF/X-4. เพื่อขยายความว่ามันคืออะไร และทำไมมันถึงมาอยู่ตรงนั้น ผมต้องการที่จะให้คุณได้รู้ความเป็นมาสักเล็กน้อย

มาตรฐาน PDF/X มีการพัฒนาครั้งแรก ประมาณกลางปี ค.ศ. 1990 เพื่อขจัดปัญหาในกระบวนงานการพิมพ์ โดยกำหนดมาตรฐานเฉพาะที่จำเป็นสำหรับไฟล์ PDF ซึ่งเตรียมไว้สำหรับการผลิตงานพิมพ์ ยกตัวอย่างเช่น, ทำให้แน่ใจว่ามีฟ้อนต์ฝังในไฟล์ตลอดเวลา และยิ่งไปกว่านั้น ต้องแน่ใจว่า จะไม่มีการรวมชนิดของวัตถุที่มีส่วนทำให้กระบวนงานการพิมพ์ต้องหยุดชะงัก (อาทิเช่น ข้อมูลมัลติมีเดีย).


เกี่ยวกับความแตกต่างมาตรฐาน PDF/X ที่มีอยู่หลายตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ มี PDF/X preset อยู่ 2 ตัว ที่มีอยู่ในโปรแกรม InDesign และโปรแกรม Creative Suite อื่น ๆ: PDF/X-1a รองรับเฉพาะ CMYK และสี spot. PDF/X-3 รองรับ color spaces ได้หลากหลาย ไม่เพียงแต่ CMYK เท่านั้น อาทิเช่น RGB, LAB เป็นต้น, แต่จะมีการรองรับการจัดการสี และฝัง color profiles สำหรับรูปภาพ.
มาตรฐาน PDF/X ทั้ง 2 ต้องมีการทำ flatten transparency ต่างๆ ที่ใช้อยู่ใน InDesign


เพราะว่า RIPs (raster image processors—วิธีการควบคุมเครื่องพิมพ์) จำนวนมาก ไม่สามารถจัดการ live transparency, โปรแกรม InDesign CS3 ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า flattening.
ก าร Flatten จะเป็นการเปลี่ยน layer หรือวัตถุที่ซ้อนกัน และมีการใช้ transparency , effect ต่างๆ ให้รวมเป็นชิ้นเดียวกัน, layer ที่ทึบแสง และมีการรวมให้เป็นชิ้นเดียวกัน ซึ่ง RIP สามารถเข้าใจ, แต่มันจะพยายามที่จะรักษาคุณภาพของวัตถุที่เป็นเวคเตอร์ และตัวอักษรให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โปรแกรม InDesign จะควบคุมขั้นตอนการ flatten โดยใช้ transparency flattener presets และสำหรับการพิมพ์คุณภาพสูง, ศูนย์บริการงานพิมพ์จะต้องจัดเตรียมการ flatten ให้เหมาะสม โดยปกติจะเลือกเป็นข้อกำหนด High Resolution เมื่อมีการพิมพ์ หรือสร้างไฟล์ PDF


อย่างไรก็ตาม, การทำ flatten เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงาน เพราะว่า RIP จำนวนมากของศูนย์บริการงานพิมพ์ในขณะนี้ที่ใช้อยู่ ยังต้องทำการแปลงทุก ๆ สิ่งในไฟล์ PDF ไปเป็น PostScript. ภาษา PostScript language นั้น จะทำการควบคุมพริ้นเตอร์ ซึ่งมีการพัฒนามาก่อนที่มี transparency ตอนนี้ได้มีการเปลียนแปลงแล้ว ในปี ค.ศ. 2006, Adobe ได้แนะนำเทคโนโลยีการพิมพ์ใหม่ สำหรับประมวลผลไฟล์ PDF โดยตรงไปยัง RIP โดยที่ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับการแปลงไปเป็น Postscript ซึ่งเรียกมันว่า Adobe PDF Print Engine

 

Adobe PDF Print Engine ไม่ใช่สิ่งที่คุณสามารถออกไปหาซื้อตามร้านค้าได้ มันเป็นซอฟต์แวร์ที่ Adobe อนุญาติ สำหรับคู่ค้าทางด้านงานพิมพ์ อาทิเช่น Agfa, Screen, Heidelberg, Fuji, และคู่ค้าอื่น ๆ ที่ต้องการบรรจุ PDF RIP และระบบกระบวนงานการพิมพ์รุ่นต่อไป ไว้ในอุปกรณ์ของตนเอง คู่ค้าเหล่านี้ จะเผยให้เห็น RIP แรกในปีนี้ (2007)


ดังนั้น PDF/X-4 ที่เกิดขึ้นมาตอนนี้ มันยังเป็นมาตรฐานฉบับร่าง ซึ่งใกล้ที่จะได้รับอนุมัติเป็นมาตรฐาน ISO PDF/X. ถ้าคุณดูข้อกำหนด PDF/X-4 ใน InDesign CS3, คุณจะเป็นว่ามันเหมือนกันกับ PDF/X-3 ในประเด็นจัดการสี มันจะไม่แปลงสี ไปเป็นสี CMYK และสีพิเศษ เหมือนกับ PDF/X-1a แต่จะรองรับกระบวนงานจัดการสี มันรองรับสิ่งที่จำเป็นทั้งหมด ทำการฝังฟ้อนต์ และรูปภาพ และสิ่งอื่น ๆ ที่เป็นข้อกำหนดใน PDF/X มาตรฐาน


เริ่มแรก มันมีความแตกย่างอย่างไรบ้าง?
สิ่งที่ PDF/X-4 รองรับ ประกอบไปด้วย live transparency ในไฟล์ PDF วัตถุที่มี transparency ไม่ต้องทำการ flatten อีกต่อไป เพราะว่ามันจะสามารถใช้ได้ใน Adobe PDF Print Engine RIPs ซึ่ง Transparency จะยังคงอยู่กับไฟล์ PDF ไปตลอดทั้งกระบวนงาน กรณีนี้จะเป็นการขจัดเกี่ยวกับ overprint เมื่อวัตถุมีการใช้ร่วมกันระหว่างสีพิเศษ และ transparency. มันจะรักษาอาร์ตเวิร์คของคุณให้คงคุณภาพสูงไว้ จนกว่าจะไปถึงขั้นตอนสุดท้ายเมื่อพิมพ์


ดังนั้นคุณอาจจะยังไม่สามารถใช้ PDF/X-4 PDF preset, อย่างน้อยที่สุด จนกว่าศูนย์บริการงานพิมพ์ ที่คุณจะส่งงาน มี RIP ที่รองรับไฟล์ PDF/X-4 แล้ว แต่นี่เป็นทางเลือกที่ถูกต้อง
P DF และ กระบวนงานการพิมพ์จะมีการขับเคลื่อนในทศวรรษนี้ ดังนั้นคุณจะต้องได้ใช้ไฟล์ PDF/X-4 ในอนาคตอันใกล้นี้

mr.pdf

 

 

www.PDFThai.com
ชุมชนสำหรับผู้ใช้ PDF ในประเทศไทย ติดต่อ Webmaster ที่ Email : webmaster@pdfthai.com
Fusion Technology Co., Ltd. Tel : 0-2559-2013-6

 
ปิดหน้าต่างนี้